งานผมเยอะมากเลยครับ

มันไม่ใช่งานที่หมายถึงงานที่ทำแล้วได้เงินเดือนเลี้ยงชีพนะ...

แต่ความหมายมันคือกิจกรรมทั้งหลายแหล่ในชีวิตนั่นแหละครับ ที่มันมากขึ้น

ทั้งตำแหน่งหน้าที่ที่มันก็โตไปตามอายุ เรียนปริญญาโท

ความเป็นแฟมมิลี่แมนที่มันก็มากขึ้นๆ

พักหลังๆผมไม่ค่อยได้ไปกินเหล้าแล้วเท่าไหร่ อาจเพราะว่าแฟนไม่ชอบไปก็ด้วย

แต่ตัวผมก็เปลี่ยนเช่นกัน ผมมีพลังในการฟื้นตัวต่ำลง

นั่นทำให้เกิดการแฮ๊งค์เหล้านานขึ้น มันทรมาน

ก็เลยว่าจะลดๆ ขนาดบุหรี่มาร์โบโร่ ผมยังเปลี่ยนจากสีแดง มาเป็นสีขาวเลยอ่ะ

สงสัยแก่ขึ้นจริงๆ

 

เออ! ผมบอกรึยังว่าเอาหมามาเลี้ยงแล้วนะครับ มี 2 ตัว

นี่ไง!!  คนตัวโตข้างบนเป็นหมาบ้านคุณอาครับ

ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน(อัลเชเชี่ยน) ชื่อ "น้ำชา"

คนตัวเล็ก นั่นชื่อ หมวยเล็กครับ เป็นบีเกิ้ล

 รูปใบนี้ถ่ายเมื่อ 2 ก.ค.2553 นะครับ ตัวเมียทั้งคู่

น้ำชาอายุมากกว่า1เดือน แต่ไซส์ห่างกันแบบว่า ไม่น่าเชื่อ น้ำชามาอยู่ก่อนครับ

แล้วหมวยเล็กก็ตามมา

ขอบอกว่าโคตรของความซนเลยครับ หมาอายุ 3 เดือน กัน 2 เดือน มาอยู่ด้วยกัน

แต่ก็นะ.. มีความสุข 

 

กลับมาเรื่องเดิมก่อน 

ผมมานั่งนึกย้อนกลับไปว่าผมใช้เวลา 3 ปี เขียนบล็อคนี้ทำไม

นึกตั้งนานก็นึกไม่ออก

เพราะคำตอบที่ผมต้องการ มันไม่ใช่เขียนเพื่อบันทึกกการสร้างบ้านหลังนี้เท่านั้น

มันน่าจะมากกว่านั้น

มันคงเป็นการบันทึกชีวิตของผม

ที่เปลี่ยนผ่านจากการเป็นวัยรุ่นตอนปลายเข้าสู่วัยผู้ใหญ่มั้งครับเนอะ

ตอนผมเขียนครั้งแรก

น่าจะเป็นตอนที่ความรักของผมกับแฟนสุขงอมจนถึงช่วงที่ผมขอเค้าแต่งงาน

พ่อตาให้สร้างบ้านหลังนี้แทนสินสอดทั้งหมดที่ผมจะไปหามา

ไม่ต้องมีทองคำ ไม่ต้องมีเงินสด ไม่ต้องมีกล้อย อ้อย

ของคาว8อย่างของหวาน9อย่าง ฯลฯ ไม่ต้องมี

"สร้างบ้านหลังหนึ่ง เสร็จแล้วค่อยแต่งกัน"

ผมจำได้ว่านั่นคือ 1 ในประโยคสนทนาของพ่อแฟนกับผม

ในคืนที่ผมรวบรวมความกล้าไปพูดขอลูกสาวเค้ามาแต่งงานกับผม

ผมคุยกับเค้า ตัว ต่อ ตัว....

ไม่มีเถ้าแก่ ไม่มีผู้ใหญ่ที่ไหนสักคน เพราะผมเชื่อว่าผมเป็นผู้ใหญ่แล้ว

ผมจะพูดให้ตัวผมเอง ไม่จำเป็นต้องผ่านหรือพึ่งใคร

 

 

     บ้านก็เริ่มสร้าง ผมที่จากไม่มีความรู้อะไรเลยเรื่องช่าง

ก็มีเพิ่มพูนมากขึ้น จากการศึกษาแบบลงมือทำ

ผมจำได้ว่าโดดงานแหลกราญเลยครับช่วงสร้างบ้าน ตัวดำน้ำหนักลด

ละในวันนี้มันก็เป็นแบบที่ผมคาดหวังไว้

นั่นคือ เมื่อผมเดินไปตรงนั้นตรงนี้ของบ้าน ในวันนี้

ผมจำได้ว่าตรงจุดนี้เคยมีหมามาขี้แล้วผมเหยียบใส่

รอยแหว่งของกระเบื้องชิ้นนี้มันเกิดจากการที่คนงานมันตัดอยู่ดีๆแล้วรับโทรศัพท์เมีย

ตอไม้ใหญ่ๆหลังบ้านเคยเป็นต้นงิ้วยักษ์ที่ผมจ้างคนมาตัดแต่กลับได้เงินค่าไม้มาแทน

อะไรต่อมิอะไร ที่นั่งมองเงียบๆแล้วผมก็ยิ้ม แฟนก็หาว่าประสาท!

 

     ผมแต่งงานได้ 2 ปีกว่า  บ้านหลังนี้ก็มีอายุพอๆกัน  

ชีวิตผม 3 ปีมานี้ มันมีอะไรเกิดขึ้นมากมายจริงๆครับ

มันเป็น 3 ปีที่อัดแน่นด้วยอะไรต่อมิอะไร 

จนช่วงหลังๆมานี้ ผมยังงงๆตัวเองเลยครับว่าจะยังไงต่อ

ไม่ใช่ว่ามันไม่มีความสุขนะครับ แต่เพราะมันมีความสุขนั่นแหละ  มันจึง"นิ่ง"เร็ว  

และผมก็ไม่ค่อยเข้าใจละแหละ ว่ามันจะไปในทิศทางไหนต่อ  

ทุกทีชีวิตผมมันจะผาดโผนครับ

มันจะมีอะไรตื่นเต้นมากๆ ในแต่ละช่วงชีวิต ไม่เคยขาด

ที่นี้พอมันนิ่ง ผมเลยงง และไปไม่เป็น..

     แม่ผม พ่อแม่แฟนผม และผู้ใหญ่ที่เคารพหลายๆท่าน

ฟันธงว่า ต้องมีลูก!! มีแล้วมันจะดีขึ้น

ผมก็ว่านั่นก็น่าจะเป็น Big Step อีกอันหนึ่ง

ที่มันต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในชีวิตของผมกับแฟน

แต่มองตากันก็เหมือนรู้ใจ นั่นคือ ยังไม่อยากมีตอนนี้.. 

 

 

     ผมกำลังเผชิญวิกฤติของคนวัยที่กำลังจะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วล่ะครับ!! 

ผมเบื่องานมองว่ามันไม่ท้าท้ายเหมือนตอนผมทำมันใหม่ๆ

ตอนนั้นผมทำเพราะรักมันจริงๆ รักแบบไม่มีเหตุผล

ใครจะว่าระบบราชการล้าสมัย ห่วยแตก โกงกิน ฯลฯ ผมไม่เถียง 55+

ผมคิดว่าก็กูจะเข้าไปทำให้มันดีนี่ไง! 

ผมสร้างสิ่งหลายๆอย่างในระบบงาน

จนเค้าให้เอาไปนำเสนอที่กรุงเทพฯดูซิ ว่ามันเป็นยังไง

ผมทำให้พี่ๆหัวโบราณหลายคน ยอมรับว่าสิ่งที่คิดว่าดีอยู่แล้ว

มันอาจจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อีก

ผมทำให้ชาวบ้านหลายคนเปลี่ยนความคิดว่า

ข้าราชการที่แต่งตัววัยรุ่น เซ็ทผมเกาหลี มันอาจทำงานดีกว่า 

บางคนที่หวีผมเป๋ ใส่เสื้อแมงทับเสริมไหล่ นั่งกอดอกอยู่ที่โต๊ะ  ฯลฯ

 

 

     แต่ช่วงหลังมานี้ ผมไม่ค่อยมีไฟ...

ที่จะพัฒนาตัวเอง งานที่ทำ หรือระบบที่เป็นอยู่ เท่าไหร่แล้วสิครับ

มันเกิดจากการที่รู้และเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งเกินไป

รู้ว่าเดี๋ยวทำอย่างนี้จะได้อะไร ทำอย่างนั้นจะได้อะไร

บางทีการที่คนเรามันรู้อนาคต

มันจะไม่เกิดความอยากทนอยู่กับปัจจุบันน่ะครับ

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น 

 

และซึ่งในเมื่อ 

1. ชีวิตครอบครัวมีความสุข

2. งานไม่ท้าทาย 

ผมจึง เบื่อชีวิต..

       อยากลาออกมั๊ย??  ผมคงไม่ทำ เพราะไม่กล้าหนึ่ง

ยังอยากรอว่าอะไรมันอาจดีขึ้นหนึ่ง 

แต่ผมต้องหาอะไรทำให้มันหลุดพ้น

จากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับผมอย่างต่อเนื่องตลอด 2-3 เดือนมานี้

อุตส่าห์ไปเรียนปริญญาโทก็นึกว่าจะดีขึ้น

กลับทำให้ไม่มีวันหยุด

และรู้สึกว่าไม่ได้ความรู้อะไรงอกเงยขึ้น

เป็นการลงทุนโดยไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่

นอกจากได้วุฒิการศึกษาที่ยังคงจำเป็นในบ้านเราอยู่

และทำให้แม่สบายใจ เพราะบ่นเหลือเกินว่า เอาอีกใบลูก แม่ขออีกใบ..

 

ผมคงถึงเวลาที่ต้องหาอะไรทำเพิ่มแล้วล่ะครับ

ตอนที่เขียนอยู่นี้ยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นอะไร แต่รู้แค่ว่าต้องเริ่มทำอะไร

ตอนที่ยังมีแรงทำนี่แหละ

ไม่ได้เพื่อเงินครับ ทุกวันนี้ผมอยู่กินสบาย พอเพียงตามอัตถภาพ

แต่เพื่อคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ล่ะครับ

มันข้ามขั้นไปอยู่ตรงคำว่า "คุณค่า" แล้วล่ะมั้ง

 

คนเราเกิดมา เรียน ทำงาน แต่งงาน มีลูก ลูกโต เราแก่ เราตาย

ถ้ามันแค่งั้นมันคงดี

แต่มันไม่แค่นั้นน่ะสิ สำหรับผม  

เพราะทุกๆช่องว่างที่ผมเว้นวรรคในข้อความที่ขีดเส้นใต้

ผมต้องการคุณภาพของมันด้วย  โดยเริ่มจากทำสิ่งที่อยากทำค้างไว้  

 

 

 

     หนึ่งในนั้นคือการอัพบล็อคอันนี้ให้เรียบร้อย แล้วกล่าวคำลา

ผมคงจะไม่อัพอะไรละนะครับ

มันกลายเป็นกฏเกณฑ์เล็กๆในชีวิตไปซะละครับ

เมื่อทำสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานๆ

ผมไม่สบายใจนะที่ดองบล็อคไว้ ไม่รู้บล็อกเกอร์คนอื่นเป็นกันหรือเปล่า 

ยังไงคนที่เคยติดตามก็ขอบอกว่า

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกัน ตั้งแต่บ้านผมยังมีแต่ป่าหญ้า

คนที่เพิ่งเข้ามาอ่านก็ขอบอกว่า

บล็อกนี้เขียนเกี่ยวกับการสร้างบ้านหลังเล็กๆ

และการใช้ชีวิตในรูปแบบหนึ่ง

ผมอาจจะมีงานเขียนอีกครั้งในFacebookมั้ง

ก็แอดกันมานะครับสำหรับคนที่ยังไม่ได้เป็นเพื่อนกัน..

 

 

 

สบายใจละครับ ไปละนะท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน 

Tags: life, love